อดีตดาวยิง ‘เชลซี’ ทำนายช่วงเวลาที่ ‘มูรินโญ’ โดนตะเพิด

อดีตดาวยิงระดับตำนานของ “เชลซี” ยอดทีมแดนผู้ดี ออกมาทำนายช่วงเวลาที่ “โชเซ มูรินโญ” เทรนเนอร์ตราฝอยทองจะโดน “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” อัปเปหิพ้นตำแหน่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 6 ส.ค. ว่า คริส ชัตตัน อดีตดาวยิงระดับตำนานของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาทำนายช่วงเวลาที่ โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสจะโดน “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปลดออกจากตำแหน่ง

เป็นที่เข้าใจกันว่า โชเช มูรินโญ พาทีมคว้า 3 แชมป์ในปีแรก แต่ทว่าในปีที่ผ่านมากลับไร้ถ้วยติดมือ และการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ ดูจะยังไม่เข้าเป้าเท่าที่ควร ทำให้สื่อของแดนผู้ดีเชื่อว่า อดีตเทรนเนอร์ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี มีสิทธิ์โดนไล่ออกจากตำแหน่งหลังมีผลงานในช่วงพรีซีซั่นที่ไม่สู้ดีนัก

ล่าสุด คริส ชัตตัน ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เขา (โชเซ มูรินโญ) กำลังมีสถานการณ์ที่ไม่ดีในเวลานี้ เขาไม่ได้นักเตะตามที่เขาต้องการทั้งหมด แต่ผมว่าเขาต้องให้ความสำคัญกับผู้เล่นที่มีอยู่ในทีมและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในกรณีที่เขาไม่ได้นักเตะที่ต้องการทั้งหมด ถ้าเขายังปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ทำให้จะทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายราวกับว่ารอวันระเบิดหรือแตกหัก แน่นอนว่าถ้าทีมของเราเริ่มต้นในช่วงแรกไม่ดีแล้วล่ะก็ นั่นอาจทำให้เขาตกงานก่อนช่วงคริสต์มาสก็เป็นได้”

หงส์ เสียคลีนชีท อลิสสัน

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ถูกเจาะตาข่ายครั้งแรกศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2018-19 แต่ยังประคองตัวเอาชนะ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี แบบหวุดหวิด 2-1 ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดียม

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
เลสเตอร์ฯ 1-2 ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ดร็อป นาบี เกตา นั่งสำรอง ส่ง โรแบร์โต เฟอร์มิโน ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน ล่าตาข่าย เลสเตอร์ ซิตี ที่มี เดอมาไร เกรย์ รับบทหัวหอกเฉพาะกิจ แทน เจมี วาร์ดี ติดโทษแบน

ลิเวอร์พูล ทักทายน่ากลัวแค่ 4 นาที โรแบร์โต เฟอร์มิโน สับไกด้วยขวาโล่งๆ ติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวาร ไม่พ้นอันตราย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซ้่ำดาบสองหลุดกรอบเหลือเชื่อ จากนั้นนาที 10 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลากตะลุยฝั่งซ้าย หักเข้ากลางให้ ซาดิโอ มาเน จิ้มด้วยซ้าย ขึ้นนำ 1-0

รูปเกม เลสเตอร์ ซิตี ดีขึ้นเรื่อยๆ นาที 23 ราชิด เกซซาล จ่ายทะลุแนวรับให้ เดอมาไร เกรย์ ยิงเรียดด้วยขวา อลิสสัน นายทวาร ทิ้งตัวปัดไว้ได้ ทีมเยือน ผ่อนเกมอยู่นาน กระทั่งนาที 45 เจมส์ มิลเนอร์ เปิดเตะมุมฝั่งขวา โรแบร์โต เฟอร์มิโน โขกกดลงพื้นเสียบเสาแรก หนีไปเป็น 2-0

สู้กันต่อครึ่งหลัง “เดอะ ฟ็อกซ์” กดดันหนักจนความพยายามสัมฤทธิ์ผลนาที 63 จากความผิดพลาดของ อลิสสัน ไม่ยอมเคลียร์บอลทิ้ง มัวแต่ยึดยักหลอกล่อ ทำให้ เคเลชี อิเฮียนาโช ตัวสำรอง ฉกบอลจากเท้าตรงสุดเส้นฝั่งซ้าย แล้วไหลเข้ากลางให้ ราชิด เกซซาล ยิงง่ายๆ ไล่มาเป็น 1-2

อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” ยังคงรักษาความได้เปรียบไว้ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล ยืดสถิติชนะ 4 เกมติดต่อกัน เก็บ 12 คะแนนเต็ม ขณะที่ เลสเตอร์ฯ ปราชัยเกมที่ 2 ของซีซัน มี 6 คะแนน เท่าเดิม

รายชื่อ 11 ตัวจริง
เลสเตอร์ฯ : แคสเปอร์ ชไมเคิล , ริคาร์โด เปไรรา , เบน ชิลเวลล์ , เวส มอร์แกน , แฮร์รี แม็กไกวร์ , วิลเฟร็ด เอ็นดิดี , ราชิด เกซซาล , นามปาลิส เมนดี , เจมส์ แมดดิสัน , มาร์ค อัลไบรจ์ตัน , เดอมาไร เกรย์

ลิเวอร์พูล : อลิสสัน , เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ , แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน , โจ โกเมซ , เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ก , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม , เจมส์ มิลเนอร์ , โรแบร์โต เฟอร์มิโน , โมฮาเหม็ด ซาลาห์ , ซาดิโอ มาเน

อองรี เตรียมคุม บอร์กโดซ์

เธียร์รี อองรี ดาวยิงระดับตำนาน อาร์เซนอล เตรียมประเดิมบทบาทกุนซือเต็มตัว หลังบรรลุข้อตกลงคุม บอร์กโดซ์ สโมสรระดับ ลีก เอิง ฝรั่งเศส เรียบร้อยแล้ว

“อาร์เอ็มซี สปอร์ต (RMC Sport)” สำนักข่าวแดนน้ำหอม รายงาน อองรี จะเข้ามานั่งเก้าอี้เทรนเนอร์ บอร์กโดซ์ ที่ยังไม่มีคะแนน ตลอด 2 เกมแรกของฤดูกาล 2018-19

อดีตหัวหอกวัย 41 ปี ซึ่งโด่งดังสุดขีด สมัยค้าแข้งกับ “เดอะ กันเนอร์ส” และ บาร์เซโลนา สะสมประสบการณ์จากการทำหน้าที่มือขวาของ โรแบร์โต มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีม เบลเยียม ชุดคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย

ขุนพล “เลอ เบลอส์” ชุดแชมป์โลก ปี 1998 จะมารับช่วงต่อจาก กุสตาโว โปเยต์ บิ๊กบอสชาวอุรุกวัย ซึ่งถูกพักงาน ข้อหาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจขาย เกตัน ลาบอร์ด ศูนย์หน้า ให้ มงต์เปลิเยร์ ค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ (190 ล้านบาท)

ผลผลิตจากอะคาเดมี โมนาโก ลาออกจากงานคอมเมนเตเตอร์ สังกัด “สกาย สปอร์ตส” เพื่อพิสูจน์ฝีมือตำแหน่งผู้จัดการทีม และดูเหมือนความฝันกำลังจะเป็นความจริงเร็วๆ นี้

ค้อนคิดหนัก หากจะเด้ง เปเยกรินี

“ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด คิดหนักหากจะตะเพิด มานูเอล เปลเยกรินี่ เพราะต้องจ่ายค่าชดเชย 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 645 ล้านบาท) เนื่องจากลืมใส่เงื่อนไขกรณีต้องการยกเลิกสัญญา

เปลเยกรินี่ นำ เวสต์ แฮม เป็นทีมเดียวของ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่ออกสตาร์ทแพ้ 4 นัดรวด ทำให้เริ่มมีการพูดถึงเรื่องไล่อดีตกุนซือ เรอัล มาดริด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เปลเยกรินี่ เซ็นสัญญา 4 ปีกับ เวสต์ แฮม ครั้งโยกจาก เหอเป่ย ไชน่า ฟอร์จูน เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา พร้อมรับค่าเหนื่อย 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 215 ล้านบาท) ต่อปี เพิ่มเป็น 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 300 ล้านบาท) ต่อปี ขึ้นอยู่กับโบนัส

กระนั้นก็ตาม เวสต์ แฮม ลืมใส่เงื่อนไขกรณียกเลิกสัญญา ทำให้หากจะไล่ เปลเยกรินี่ ออกจากตำแหน่งก็จำเป็นต้องจ่ายเงินชดเชยเต็มจำนวน โดยนายใหญ่ชาวชิลีถือว่ารับค่าเหนื่อยสูงเป็นอันดับ 6 ของเวที พรีเมียร์ ลีก ปีนี้

ซัมเมอร์ที่ผ่านมา เปลเยกรินี่ เสริมทัพกระหน่ำคว้าทั้ง เฟลิเป้ อันแดร์สัน, อิสซ่า ดิย็อป, อันเดร ยาร์โมเลนโก้ และ แจ๊ค วิลเชียร์ ที่ได้มาฟรีแต่ก็ทุ่มค่าเหนื่อยไปไม่น้อย

เชลซี vs อาร์เซนอล

02/08/2018  อาร์เซนอล 1 – 1 เชลซี

25/01/2018  อาร์เซนอล 2 – 1 เชลซี

ความพร้อมและสภาพทีม

เชลซี

เมาริซิโอ ซาร์รี่ พาทีม สิงโตน้ำเงินคราม ออกสตาร์ตเกมแรกได้อย่างยอดเยี่ยม โดยพวกเขาบุกชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ แบบสบายๆ 3-0

เกมนี้สภาพทีมของ เต็ง 3 ถือว่าดีเลย มีแค่เช็กความฟิตของ เชสก์ ฟาเบรกาส มิดฟิลด์สแปนิชเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น เอแด็น อาซาร์ จอมทัพทีมชาติเบลเยี่ยมที่สัปดาห์ก่อนเป็นตัวสำรองน่าจะได้กลับสู่ 11 คนแรกของทีมในนัดนี้
ซาร์รี่ ได้เปลี่ยนระบบของ เชลซี จาก 3-4-3 ในยุค อันโตนิโอ คอนเต้ มาเป็น 4-3-3 ซึ่งเกมก่อน 2 มิดฟิลด์ของทีมอย่าง จอร์จินโญ่ และ เอ็นโคโล่ ก็องเต้ ต่างทำประตูได้ด้วย

อาร์เซนอล

อูไน เอเมรี่ พาทีมแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 ในนัดประเดิมพรีเมียร์ลีกของเขา งานนี้กุนซือ เดอะ กันเนอร์ส จึงต้องการแก้ตัวเป็นอย่างยิ่ง

เอเมรี่ จะต้องตัดสินใจว่าจะใช้ ปีเตอร์ เชก หรือ แบรนด์ เลโน่ เฝ้าเสาประตู เนื่องจาก เชก พลาดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงง่ายๆเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งกุนซือใหม่ยืนยันว่าจะยังไว้ใจ เชก ต่อไป

ผู้เล่นเกมรับอย่าง โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ (เอ็นร้อยหวาย), เซนัด โคลาซินัช (เข่า) และไอน์สลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส (ขาหัก) จะลงสนามเกมนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน นาโช่ มอนเรอัล ที่ไม่ฟิตในเกมก่อนน่าจะกลับมาเป็น 11 คนแรกแทนที่ตำแหน่งแบ็กซ้ายของ เมตแลนด์-ไนล์ส ได้ทันท่วงที

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิกวยต้า, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, รอสส์ บาร์คลี่ย์ – วิลเลี่ยน, อัลบาโร่ โมราต้า, เอแด็น อาซาร์

อาร์เซน่อล (4-2-3-1) : ปีเตอร์ เช็ก – เอคตอร์ เบเยริน, ชโคดราน มุสตาฟี่, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, นาโช่ มอนเรอัล – ลูกัส ตอร์เรยร่า, กรานิต ชาคา – เมซุต โอซิล, อารอน แรมซี่ย์, เฮนริค มคิทาร์ยาน – ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน

ความน่าจะเป็นของเกม

เชลซี ดูได้เปรียบแน่เมื่อเตะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างนี้ โดย 6 ปีหลังเจอกันที่นี่ในลีกเช็กบิลได้ถึง 5 และเสมอ 1 อีกอย่างความมั่นใจและสภาพทีมของ สิงโตน้ำเงินคราม ดูดีกว่า อาร์เซน่อลแน่ การได้ เอแด็น อาซาร์ มาบัญชาการเกมรุกใน 11 คนแรก น่าจะทำให้ เชลซี ไล่กดดัน อาร์เซน่อล ได้ตลอดเกม ด้วยการเล่นที่คงเส้นคงวากว่า เชลซี ดีพอที่จะเบียดชนะ อาร์เซน่อล ไปได้ในที่สุด

ผลการแข่งขันที่คาด : เชลซี ชนะ 3 – 1

เสือเหลือง ประเดิมสวยเปิดบ้านขย้ำไลป์ซิกเปิดหัวบุนเดสฯ

ฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2561 เป็นเกมประเดิมสนามนัดแรกของฤดูกาล “เสือเหลือง” โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดรับซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ยิงแซง แอร์เบ ไลป์ซิก เข้าป้ายเก็บสามแต้ม

เกมนี้ ลูเซียน ฟาร์ฟ กุนซือทีมเสือเหลือง ส่ง คริสเตียน ปูลิซิช, มาร์โก รอยส์ และแม็กซิมิเลียน ฟิลิปป์ ลงเป็น 3 ประสานในแนวรุก ขณะที่ ไลป์ซิก นำทัพมาโดย เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, ยูสซุฟ โพลเซ่น โดยมี ติโม แวร์เนอร์ เป็นทีเด็ดในม้านั่งสำรอง

เริ่มเกมมาเพียง 1 นาที แอร์เบ ไลป์ซิก ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากความผิดพลาดของแนวรับเจ้าถิ่น และเป็น ฌอง-เควิน ออกุสติน ศูนย์หน้าดาวรุ่งซัดเข้าไป

แต่เจ้าถิ่น ดอร์ทมุนด์ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 21 จากจังหวะที่ มาร์เซล ชเมลเซอร์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายมาให้ มาห์มูด ดาฮูด โหม่งเข้าไปอย่างสวยงาม

น.40 โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ มาได้ประตูแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะลูกฟรีคิดหน้ากรอบเขตโทษ มาร์โก รอยส์ เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษไปแฉลบ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ เข้าประตูตัวเอง

น.43 “เสือเหลือง” มาได้ประตูหนีห่าง 3-1 จากจังหวะลูกตั้งเตะและเป็น อาเซล วิตเซล โหม่งเข้าไปเหน่งๆ และจบครึ่งเวลาแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเกมยังคงเป็นของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่แม้จะนำห่าง 3-1 แต่ยังเปิดเกมบุกเข้าใส่ผู้มาเยือนอย่าต่อเนื่อง จนเกมดำเนินมาถึงช่วงท้ายเกม น.90 มาร์โก รอยส์ มาทำประตูให้ทีมเสือเหลืองหนีห่าง 4-1

หมดเวลาการแข่งขัน โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านเอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 4-1 เก็บสามแต้มประเดิมบุนเดสลีกา เยอรมนี ก้าวขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงจากการมีลูกได้เสียที่ดีกว่าทีมอื่น